ปลานิล




               ชื่อวิทยาศาสตร์ Tilapia milotica (Linnaeus)
               ชื่อสามัญ นิล Nile tilapia


     ประวัติ
     ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกาแถบประเทศซูดาน อูแกนดา แทนแกนยิกา ได้แพร่เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยเจ้าฟ้าอากิฮิโต มงกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้จัดส่งปลานิลจำนวน ๕๐ตัว ความยาวเฉลี่ยตัวละประมาณ ๙ เชนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๑๔ กรัม มาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในครั้งแรกได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลี้ยงไว้ในบริเวณพระราชวังดุสิต สวนจิตรลดาต่อมาปลาดังกล่าวได้แพร่ขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงได้ทรงโปรดเกล้าฯ มอบหมายให้กรมประมงดำเนินการขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรไปเลี้ยงเป็นอาชีพต่อไป
     คุณสมบัติ และลักษณะโดยทั่วไป
      ปลานิลมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับปลาหมอเทศมากลักษณะที่แตกต่างกันคือ ปลานิลจะมีริมฝีปากด้านบน และด้านล่างเสมอกัน มีเกล็ดอยู่ตามบริเวณแก้มจำนวน ๔ แถว และจะมีลายพาดขวางลำตัวประมาณ ๙-๑๐ แถบ มีนิสัยชอบอยู่กันเป็นฝูงตามแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง และทะเลสาบ สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด และน้ำกร่อยมีความอดทนสูง ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติได้ง่าย กินอาหารได้ทุกชนิด นับตั้งแต่พวกอาหารธรรมชาติ เช่น ไรน้ำ ตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลง และสัตว์น้ำเล็กๆ ตลอดจนสาหร่าย แหน และวัชพืชน้ำชนิดต่างๆ ซึ่งในระบบการเลี้ยงโดยทั่วๆ ไปมักจะเลี้ยงด้วยอาหารจำพวกอาหารผสม เศษอาหาร เศษผัก รำ กากถั่ว ปลานิลเจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก ถ้าเลี้ยงได้ในระยะ ๑ปี จะได้น้ำหนักประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ กรัม ขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประมาณ ๕ กิโลกรัม
     การขยายพันธุ์
     ปลานิลเป็นปลาที่สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วมาก พ่อแม่ปลาที่มีอายุประมาณ ๓-๔ เดือน ก็พร้อมที่จะสืบพันธุ์ได้ แม่ปลาตัวหนึ่งๆ อาจจะวางไข่ได้ถึงปีละ ๓-๔ ครั้งโดยไม่จำกัดฤดูกาล ไข่มีปริมาณครั้งละ ๕๐๐-๖๐๐ ฟอง แม่ปลาจะฟักไข่โดยการอมไข่ไว้ในปากจนกระทั่งไข่ฟักเป็นตัว ลูกปลาที่ฟักออกเป็นตัวใหม่ๆ จะอาศัยอาหารจากถุงอาหารธรรมชาติซึ่งติดอยู่ที่ท้อง ขณะนี้แม่ปลายังคงต้องอมลูกปลาอยู่ต่อไปจนกระทั่งถุงอาหารของลูกปลายุบหายไป หลังจากฟักเป็นตัวออกมาแล้วประมาณ ๓-๔ วัน แม่ปลาจะปล่อยลูกปลาให้ว่ายออกมานอกปากลูกปลาจะเริ่มกินอาหารจากธรรมชาติต่อไป