จากแผนกการบิน ๒๔๕๖ มาเป็น...กองทัพอากาศ


 

 

 

 

 

 

 

 

       "กำลังในอากาศ เป็นโล่อันแท้จริงอย่างเดียว ที่จะป้องกันมิให้สงครามมาถึงท่ามกลางประเทศของเราได้                              จอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ
                                                  ทั้งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการคมนาคมปกติ"                                                                           กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ

        กิจการบินของไทย เริ่มต้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๔ นายวันเดล เบอร์น ชาวฝรั่งเศส ได้นำเครื่องบินแบบ ออร์วิลล์ ไรท์ ปีก ๒ ชั้น มาแสดงการบินเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่สนามม้าสระปทุม หลังจากนั้นไม่นาน จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหมได้ทรงปรึกษากับ จอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสนาธิการทหารบก ถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องบินไว้ใช้ป้องกันประเทศเหมือนอารยประเทศ ที่เขากำลังเร่งดำเนินการกันอยู่ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงกลาโหมจึงได้ดำริจะจัดตั้ง "แผนกการบิน" ขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก ตั้งแต่นั้นมา และได้ทำการคัดเลือกผู้ที่สมัครไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีนายทหารบก ๓ คนที่ได้รับคัดเลือก คือ

  • นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุนี สุวรรณประทีป)
  • นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข)
  • นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต
  •  

    ทั้ง ๓ ท่านนี้ ในเวลาต่อมา ได้รับพระราชทานยศ และบรรดาศักดิ์ ตามลำดับ คือ พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ, นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และ นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต และ กองทัพอากาศได้ยกย่องให้เป็น "บุพการีของกองทัพอากาศ"

                                            พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ              นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์        นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต
                                             (นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ)                        (นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร)                       (นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต)
                                                      (สุณี สุวรรณประทีป)                                          (หลง สิน-ศุข)

          ในขณะที่นายทหารทั้งสามกำลังศึกษาวิชาการบินอยู่นั้นทางราชการ ทางราชการก็ได้สั่งซื้อเครื่องบินเป็นครั้งแรก จำนวน ๗ เครื่อง เป็นเครื่องบินแบบเบรเกต์ปีก ๒ ชั้น จำนวน ๓ เครื่อง และเครื่องบินแบบนิเออปอร์ตปีกชั้นเดียว จำนวน ๔ เครื่อง เข้าไว้ประจำการ และเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้เห็นความสำคัญของการมีเครื่องบินไว้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ จึงได้อุทิศทรัพย์ส่วนตัวซื้อเครื่องบินแบบเบรเกต์ให้อีก ๑ เครื่อง จึงทำให้ทางราชการมีเครื่องบินไว้ใช้เป็นครั้งแรกรวม ๘ เครื่อง

  • เครื่องบินเบรเกต์ปีก ๒ ชั้น จำนวน ๔ เครื่อง
  • เครื่องบินนิเออปอรต์ปีกชั้นเดียว จำนวน ๔ เครื่อง
  •  

                                                             เครื่องบินแบบเบรเกต์ ที่ซื้อมารุ่นแรก                                      เครื่องบินแบบนิเออปอรต์ ที่ซื้อมารุ่นแรก



    ที่มา : http://www.rtaf.mi.th/rtaf-travel/ms-history1.htm