เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม

วันเด็กแห่งชาต

ที่มา : หนังสือวันสำคัญ โครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยและแนวทางในการจัดกิจกรรม
โดย  :
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
รวบรวมโดย :
สถาบันเด็ก มูลนิธิเด็ก      

  • ความหมาย
  • พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายของคำว่า “เด็ก” ไว้ดังนี้
  • เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย, ยังเล็ก
  • เด็กชาย คือ คำนำเรียกเด็กผู้ชายที่มีอายุไม่เกิน ๑๔ ปีบริบูรณ์
  • เด็กหญิง คือ คำนำเรียกเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน ๑๔ ปีบริบูรณ์
  • ความเป็นมาของวันเด็ก(สุรภักดิ์ อนุกูล วันสำคัญของไทย, หน้า ๕ - ๘)

          เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง เด็กจึงควรเตรียมตัวที่จะเป็นกำลังของชาติด้วย การขยันหมั่นศึกษาหาความรู้และใช้เวลาให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันขันแข็งตั้งใจทำงานด้วยความรับผิดชอบยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนมีความเมตตากรุณาช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น เสียสละและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ช่วยกันรักษาความสะอาดและอนุรักษ์ทรัพยากร ตลอดถึงสาธารณสมบัติส่วนรวมของชาติ หากเด็กทุกคนได้ตระหนักถึงอนาคตของตนและของประเทศชาติ โดยพยายามประพฤติปฏิบัติตนให้ได้ตามที่กล่าวข้างต้นอย่างเหมาะสมกับวัยแล้วก็จะได้ชื่อว่าเป็น “เด็กดี” ชาติบ้านเมืองก็จะเจริญมีความผาสุกร่มเย็นตลอดไป

          ความคิดในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองนั้นนายวีเอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศได้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็ก วันเด็กแห่งชาติของประเทศไทยจึงมีขึ้นในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ และปฏิบัติกันเรื่อยมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๖ต่อมาเห็นว่าวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคม เหมาะสมสำหรับการจัดงานวันเด็กมากกว่า เนื่องจากพ้นฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้จัดกันตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ งานวันเด็กแห่งชาติจึงจัดใหม่ให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคม มาจนถึงบัดนี้

          ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติรัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน กำหนดฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เด็กทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อให้เด็กได้รู้ถึงความสำคัญของตนเอง รู้ถึงความมีระเบียบวินัย ความรู้จักสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

          ทุกปีเมื่อถึงวันเด็กแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงโปรดประทานพระคติธรรม และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็กให้กับเด็กไทยทุกปี อาทิเช่น พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๘

          “คนทุกคนมีภาระต้องทำ แม้เป็นเด็ก ก็มีภาระอย่างเด็ก คือศึกษาเล่าเรียน หมายความว่าจะต้องเรียนให้รู้วิชา ฝึกหัดทำการงานต่าง ๆ ให้เป็น อบรมขัดเกลาความประพฤติและความคิดจิตใจให้ประณีต ให้สุจริตแจ่มใสและเฉลียวฉลาดมีเหตุผล เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง”

          หรือคำขวัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๙

          “เด็กต้องหัดทำตัวให้สุภาพอ่อนโยน หมั่นขยัน เอางานเอาการ เอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจอยู่เสมอให้ติดเป็นนิสัย จักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์และมีความเจริญมั่นคงในชีวิต”

          คติธรรมที่พระสังฆราชประทานให้ พ.ศ. ๒๕๒๘

ผู้เอยผู้น้อย

จงคอย ระวังตน อย่าซนซุก

เผ้าเชื่อถ้อย ฟังคำ นำปลอบปลุก

ทุจริตทุก อย่างอย่า ชะล่าทำ

หน้าที่ การงาน สถานไร

ต้องสนใจ รักษา อย่าบ่นพร่ำ เรียบร้อย สัตย์ซื่อ ถือประจำ

กตัญญู ชูนำ เมตตาเอย

          คติธรรมที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ พ.ศ. ๒๕๒๙

นักเอยนักเรียน

อย่าผัดเพี้ยน การเรียน เร่งอุตส่าห์

รู้อะไร ไม่สู้ รู้วิชา

จะช่วยชู อาตมา ไปจนตาย

เป็นนักเรียน แต่เพี้ยน เป็นนักเล่น

นักเรียน นี้เรื่อง เครื่องเสียหาย

มิใช่ชั่ว ตัวเริง เชิงอบาย

กลับพาญาติ มิตรร้าย ขายตนเอย.

          คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

  • ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๘ “สามัคคี มีวินัย ใผ่คุณธรรม”
  • ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๙ “นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม”

          ดังนี้จะเห็นได้ว่า พระบรมราโชวาท คติธรรม และคำขวัญ ในวันเด็กแห่งชาตินั้นล้วนเป็นการ เสนอแนะให้แนวทางที่เด็กสามารถปฏิบัติได้ขณะนี้ประเทศของเรากำลังต้องการคนดีเข้ามาช่วยปรับปรุงประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการทหาร พลังของเด็กในปัจจุบัน ถ้ามีพื้นฐานมาแต่เริ่มต้นที่คิด ทำในสิ่งดีละเว้นความชั่ว ก็จะเป็นประโยชน์มหาศาลแก่ประเทศชาติสืบไป

ที่มา : http://www.childthai.org/e-book/social/social001/s004.html