หัวข้อเนื้อหาในบทที่ 8


         ปัญญาประดิษฐ(Artificial intelligence : AI) หมายถึง การทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคิดหาเหตุผลได้ เรียนรู้ได้ ทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์ หรือการพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกับระบบการประมวลผล และการตอบสนองของมนุษย์ที่มีต่อแต่ละสถานการณ์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถปฎิบัติงานแทนที่มนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หุ่นยนต์ หรือ robot เป็นต้น
         ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI) คือความพยายามในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ (ทั้งฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์) ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ ระบบต่างๆจะต้องมีความสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ ทำงานที่ต้องใช้การประสานงาน ระหว่างส่วนต่างๆ (โรโบติก - robotics) ใช้อุปกรณ์ที่สามารถรับทราบ และตอบสนอง ด้วยพฤติกรรม และภาษา (ระบบการมอง และ การออกเสียง) การเลียนแบบความเชี่ยวชาญและการตัดสินใจของมนุษย์ (ระบบผู้เชี่ยวชาญ) ระบบดังกล่าวยังต้องแสดง ความสามารถทางตรรกะ การใช้เหตุผล สัญฃาตญาณ และใช้หลักการสมเหตุสมผล (common sense) ที่มีคุณภาพ ในระดับเดียวกับมนุษย์
         รูปแสดงองค์ประกอบต่างๆ ของระบบปัญญาประดิษฐ์ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เครื่องจักรชาญฉลาด (intelligent machine) หรืออุปกรณ์ที่แสดงความสามารถที่กล่าวถึงนี้


องค์ประกอบของปัญญาประดิษฐ์

         ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ประสบความสำเร็จ สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญ ความรู้ และรูปแบบการใช้เหตุผลบางแบบของมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้แสดงความชาญฉลาดของมนุษย์ ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถสร้างคำตอบที่แปลกใหม่ หรือคำตอบที่เป็นของระบบๆ เองได้ คือเป็นเพียงการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่ได้สร้างขึ้นมาทดแทน หรือแม้กระทั่งลอกเลียนแบบความสามารถทั้งหมดของผู้เชี่ยวชาญนั้น กล่าวโดยสั้นๆคือ ระบบยังขาดความสามารถในการใช้หลักการสมเหตุสมผล และความสามารถในการนำไปใช้งานได้ทั่วไป ที่มีอยู่ในความชาญฉลาด ของมนุษย์
         ความชาญฉลาดของมนุษย์มีความซับซ้อน และกว้างขวางกว่าความชาญฉลาดของเครื่องคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบที่แยกความแตกต่างของมนุษย์ ออกจากสัตว์ชนิดอื่นๆ คือ ความสามารถในการพัฒนาความเกี่ยวข้อง และ การใช้ตัวแทนความรู้ และการเปรียบเทียบ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการสร้างความรู้ใหม่ๆ กฏเกณฑ์ใหม่ การใช้กฏเกณฑ์เก่ากับสถานการณ์ใหม่ และในบางครั้งก็ใช้สัญชาตญาณในการแก้ปัญหา โดยไม่มีกฏเกณฑ์ใดเข้ามาเกี่ยวข้อง ความชาญฉลาดของมนุษย์ยังรวมไปถึง ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัส ในการรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว
ที่มา : หนังสือระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ Kenneth C.Laudon. jane P. Laudon เขียน ลัลยุทธ์ สว่างวรรณ เรียบเรียง
นิยามของปัญญาประดิษฐ์
มีคำนิยามของปัญญาประดิษฐ์มากมาย ซึ่งสามารถจัดแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะของเป้าหมาย ได้แก่
ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ (System that think like humans)
"The exciting new effort to make computers think ... machines with minds, in the full and literal sense" (Haugeland, 1985) -- "ความพยายามใหม่อันน่าตื่นเต้นที่จะทำให้คอมพิวเตอร์คิดได้ ... เครื่องจักรที่มีสติปัญญาอย่างครบถ้วนและแท้จริง"
"[The automation of] activities that we associate with human thinking, activities such as decision-making, problem solving, learning" (Bellman, 1978) -- "(การทำให้เป็นอัตโนมัติของ)กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดมนุษย์ กิจกรรมอันได้แก่ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้"
ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์
"The art of creating machines that perform functions that requires intelligence when performed by people" (Kurzweil, 1990) -- "วิชาของการสร้างเครื่องจักรที่ทำงานในสิ่งซึ่งอาศัยปัญญาเมื่อกระทำโดยมนุษย์"
"The study of how to make computers do things at which, at the moment, people are better" (Rich and Knight, 1991) -- "การศึกษาวิธีทำให้คอมพิวเตอร์กระทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าในขณะนั้น"
ระบบที่คิดอย่างมีปัญญา
"The study of mental faculties through the use of computational model" (Charniak and McDermott, 1985) -- "การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญาโดยการใช้โมเดลการคำนวณ"
"The study of the computations that make it possible to perceive, reason, and act" (Winston, 1992) -- "การศึกษาวิธีการคำนวณที่สามารถรับรู้ ใช้เหตุผล และกระทำ"
ระบบที่กระทำอย่างมีปัญญา
"Computational Intelligence is the study of the design of intelligent agents" (Poole et al., 1998) -- "ปัญญาประดิษฐ์คือการศึกษาเพื่อออกแบบเอเจนต์ที่มีปัญญา"
"AI ... is concerned with intelligent behavior in artifacts" (Nilsson, 1998) -- "AI เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่แสดงปัญญาในสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น"

สาขาของปัญญาประดิษฐ์
การค้นหาเชิงการจัด (Combinatorial search)
คอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer vision)
ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert system)
การโปรแกรมเชิงพันธุกรรม (Genetic programming)
ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม (Genetic algorithm)
การแทนความรู้ (Knowledge representation)
การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine learning)
การวางแผนของเครื่อง (Machine planning)
ข่ายงานประสาทเทียม (Neural network)
การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing)
การสังเคราะห์โปรแกรม (Program synthesis)
วิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics)
ชีวิตประดิษฐ์ (Artificial life)
Artificial being
ปัญญาประดิษฐ์แบบกระจาย (Distributed Artificial Intelligence)
Swarm Intelligence
บางครั้งอาจถือว่า การเขียนโปรแกรมเชิงตรรกะ (Logic programming) เป็นส่วนหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์


ความแตกต่างระหว่าง AI กับระบบสารสนเทศปกติ

เทคนิคของปัญญาประดิษฐ์
         - การแทน(Representation): เช่นการแทนความรู้(Knowledge Representation) ตัวอย่างเช่น กลุ่มของ กฎ(rules), เฟรม(frames), semantic nets, หรือ input-output representation for ANN(Artificial Neural Networks)
         - การเรียนรู้(Learning): การเก็บความรู้จากสิ่งรอบตัว ตัวอย่างเช่น การสะสมความรู้ไว้ในกฎ(rule based) ของระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System), การอนุมานคำตอบจากเหตุที่มีอยู่ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ โดยการคำนวณหาค่าน้ำหนัก(Network connection weights) ของระบบ artificial neural network
         - การค้นหา(Search): สำหรับการแก้ปัญหาการคำนวณหาค่าน้ำหนักของ Neural Network
         - กฎ(Rules): ข้อมูลที่เป็นจริง ถูกต้องที่บรรจุในระบบผู้เชี่ยวชาญโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือ ข้อมูลที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในระบบ Neural Network

ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ในเชิงธุรกิจ
         แม้ว่าระบบงานประยุกต์ทางปัญญาประดิษฐ์จะมีความสามารถน้อยกว่าความสามารถของมนุษย์ แต่ก็ยังมีความสำคัญ ต่องานทางธุรกิจด้วยเหตุผลนี้
         1. ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในลักษณะคล้ายกับเป็นหน่วยบันทึกความจำของขององค์กร กลายเป็นฐานความรู้องค์กร ที่พนักงานสามารถเข้าสืบค้น และหาคำปรึกษาได้ทุกเวลา ซึ่งถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ แล้วก็จะสามารหาคำปรึกษา ได้เฉพาะ ในช่วงเวลาปฏิบัติงานเท่านั้น
         2.ระบบฯ จะช่วยสร้างกลไกที่ไม่นำความรู้สึก ความเหนื่อยล้า หรือความกังวล เข้ามาเป็นองค์ประกอบ ซึ่งจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากกับงานประเภทที่อันตรายต่อมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ด้านร่างกาย หรือด้านจิตใจ ก็ตาม ระบบฯนี้ยังอาจทำหน้าที่ให้คำปรึกษาที่มีประโยชน์ในช่วงเวลาคับขันได้
         3.ระบบฯ จะถูกนำมาทำงานในส่วนที่เป็นงานจำเป็น หรือเป็นงานที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับมนุษย์
         4.ระบบฯ จะช่วยเพิ่มความสามารถในฐานความรู้ขององค์กร ด้วยการเสนอวิธีแก้ปัญหาสำหรับงานเฉพาะด้าน ซึ่งมีปริมาณมากหรือ มีความซับซ้อนมากเกินไปสำหรบมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อต้องการทำงานนั้นให้สำเร็จภายในระยะเวลาอันสั้น


ปัญญาประดิษฐ์ ในระบบธุรกิจ

         1. fuzzy logic คลุมเครือ บอกไม่ได้ชัดเจน เช่นอุปกรณ์ที่ไปใช้ในเครื่องซักผ้า (ชนิดผ้า)การพัฒนางาน ด้านปัญญาประดิษฐ์ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎพื้นฐาน มีความสามารถทำงาน ข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าเที่ยงตรงเสมอ และอาจนำไปใช้ แก้ปัญหาที่มนุษย ์ไม่สามารถแก้ไข ได้มาก่อน ประกอบด้วยนิยามและเทคนิคต่าง ๆ สำหรับใช้เป็นรูปแบบแทนความรู้ และการอ้างอิง ถ้าความรู้ที่มีค่า ไม่เที่ยงตรง (Imprecise) ไม่แน่นอน (Uncertain) และไม่สามารถเชื่อถือได้ unreliable
         2. Genetic Algorithms การปรับเปลี่ยนสารพันธุกรรมของยีนส์ หมายถึง วิธีการแก้ปัญหาที่ใช้แนวทางเดียวกับ วิธีการที่ สิ่งมีชีวิตปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อม หรือวิวัฒนาการ (evolution) วิธีการที่ถูกโปรแกรมให้ทำการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงส่วนประกอบ ของระบบโดยการสร้างขึ้นมาใหม่ การดัดแปลงและการคัดสรรวิธีธรรมชาติใช้ Function คณิตศาสตร์ให้เกิดโปรแกรมใหม่ๆ มาใช้งาน
(ประโยชน์แก้ปัญหา ออกแบบสินค้า ตรวจสอบระบบการทำงานต่าง ๆ)

         3. ระบบปัญญาประดิษฐ์แบบผสมผสาน (Hybrid AI system) ระบบเจนเนติกอัลกอริทึม ฟัสซีโลจิก ระบบเครือข่ายนิวรอน ละระบบผู้เชี่ยวชาญสามารถนำมาบูรณาการ เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว เพื่อจะได้เลือกใช้แต่ส่วนที่ดีที่สุด ของเทคโนโลยีแต่ละอย่าง ระบบดังกล่าวเรียกว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ แบบผสมผสาน (Hybrid AI System) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในงานทางธุรกิจปัจจุบัน
http://www.thai.net/kaemis/lectures.html

 
โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์
รหัสวิชา 4122606 ชื่อวิชา โปรแกรมประยุกต์ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
จัดทำโดย นายวิสูตร พัดพิน นศ.กศ.ปป.อต. รุ่นที่ 19